ITEL โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 /63 กวาดรายได้รวม 462 ล้านบาท กำไรโต 23 % เดินเกมรุก จ่อเล็งต่อยอดธุรกิจโครงข่ายเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในยุค New Normal

0
291
image_pdfimage_printPrint

บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ ITEL โชว์ผลการดำเนินงานงวดครึ่งปีแรก มีรายได้รวม 932.06 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิ 97.89 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.93 % เป็นผลมาจากรายได้จากงานบริการโครงข่ายที่มียอดใช้บริการดีทะลุเป้าต่อเนื่อง ด้าน CEO “ณัฐนัย อนันตรัมพร” ปรับกลยุทธ์เชิงรุก เล็งต่อยอดธุรกิจโครงข่าย เพื่อขยายฐานลูกค้าเพิ่ม ตอกย้ำปีนี้ อัตราการเติบโตส่อแววเข้าเป้าแตะ 2,400 ล้านบาท มั่นใจผลงานครึ่งปีหลังออกมาแจ่ม เติบโตอย่างแข็งแกร่งจากครึ่งปีแรก
นายณัฐนัย อนันตรัมพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2563 บริษัทฯมีรายได้รวม 462.40 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ จำนวน 57.80 ล้านบาท เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 47.01 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.97 % โดยแบ่งเป็นรายได้จากการให้บริการโครงข่าย 273.29 ล้านบาท รายได้จากการให้บริการติดตั้งโครงข่าย 148.36 ล้านบาท รายได้จากการให้บริการดาต้า เซ็นเตอร์ 17.92 ล้านบาท และรายได้อื่น 22.83 ล้านบาท แม้ว่าในช่วงไตรมาส 2/2563 ที่ผ่านมา ยังอยู่ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด – 19 ส่งผลให้ภาครัฐประกาศล็อกดาวน์ประเทศ ซึ่งส่งผลกระทบต่องานโครงการด้านการสื่อสารโทรคมนาคมของลูกค้าต้องมีการชะลอไปบ้าง แต่ด้วยการปรับกลยุทธ์ด้านบริหารจัดการภายในองค์กร เพื่อรับมือกับวิกฤตดังกล่าวได้เป็นอย่างดี เช่นการปรับลดค่าใช้จ่ายเพื่อรองรับการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบ จึงทำให้ภาพรวมของธุรกิจดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้สาเหตุที่ทำให้มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นนั้น เนื่องจากมีการทยอยรับรู้รายได้การให้บริการโครงข่ายของโครงการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ห่างไกล (USO Phase 1 และ Phase 2 ) และการทยอยรับรู้รายได้บริการเชื่อมต่อข้อมูลและศูนย์รับฝากข้อมูลที่ได้ทำสัญญากับลูกค้าไว้ก่อนหน้านี้ อีกทั้งบริษัทฯได้ปรับกลยุทธ์ด้วยการกระชับต้นทุนการให้บริการและเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน เพื่อพัฒนาอัตรากำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิของบริษัท สำหรับรายได้จากการให้บริการโครงข่ายเติบโตเพิ่มขึ้น27.56 % จากงวดเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากประสิทธิภาพและเสถียรภาพของโครงข่าย อีกทั้งได้มีทำการตลาดเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง เพื่อขยายฐานลูกค้าให้ครอบคลุมเพิ่มขึ้น

ปัจจุบันบริษัทฯ มีงานในมือรอรับรู้เป็นรายได้ (Backlog) อยู่ที่ 4,521.92 ล้านบาท ย้ำความเชื่อมั่นว่า ผลประกอบการปี 2563 บริษัทฯ จะมีการเติบโตและจากงานที่ได้รับมาจะส่งผลดีต่อการใช้ประโยชน์ของโครงข่าย (Network Utilization) ที่จะเพิ่มขึ้น ทำให้บริษัทฯ จะมีรายได้ต่อเนื่องเติบโตในระยะยาว และ
การได้รับงานโครงการใหม่ ๆ โดยปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างรอผลประกวดราคางานโครงการติดตั้งสายใยแก้วนำแสงให้กับ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคซึ่งคาดว่าจะมีมูลค่าไม่น้อยกว่า 240 ล้านบาท อีกทั้งบริษัทฯ เตรียมเข้าเสนองานด้านงานโซลูชั่นให้บริการการศึกษาผ่านทางไกลเพื่อรองรับเทรนด์การเรียนการสอนออนไลน์ โดยจะอาศัยศูนย์บริการ USONET ของบริษัทฯ ที่อยู่ตามพื้นที่ห่างไกลและมีระบบอินเทอร์เน็ตและอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ให้พร้อมรองรับนักเรียนที่จะมาใช้บริการ รวมถึงประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงโดยคาดว่าจะมีความชัดเจนในช่วงไตรมาส 4 ของปีนี้ โดยบริษัทเล็งเห็นถึงโอกาสที่องค์กรต่างๆ มีความตื่นตัวในการนำเทคโนโลยีด้านการสื่อสารมาใช้ขับเคลื่อนธุรกิจในยุคดิจิทัล จึงเป็นโอกาสที่ดีของ บริษัทฯ ในการใช้ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญงานด้านการให้บริการเชื่อมต่อข้อมูลและติดตั้งงานระบบเข้าไปนำเสนองานแก่หน่วยงานต่างๆ ประกอบกับรัฐบาลได้ทยอยผลักดันโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในยุค New Normal
“ผลประกอบการของบริษัทฯในครึ่งปีแรกที่ออกมา เป็นที่น่าประทับใจทั้งรายได้และกำไร และคาดว่าแนวโน้มผลประกอบการในช่วงครึ่งปีหลังนี้ จะออกมาสวยและเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งต่อเนื่องจาก ครึ่งปีแรกที่ผ่านมา ปัจจุบัน ITEL มีรายได้จาก 3 ส่วนธุรกิจ ถือเป็นการกระจายความเสี่ยงของธุรกิจ ที่สำคัญบริษัทฯมีจุดเด่นคือมีรายได้ประจำจากการให้บริการโครงข่าย มีลูกค้าในหลายกลุ่มธุรกิจทั้งสถาบันการเงิน ค้าปลีก ผู้ให้บริการโครงข่ายมือถือ ฯลฯ และรายได้จากการให้บริการดาต้า เซ็นเตอร์ รวมทั้ง มีรายได้จากการให้บริการติดตั้งโครงข่าย เชื่อมั่นว่า ITEL จะได้รับความสนใจจากนักลงทุนในทุกกลุ่มเข้ามาลงทุนในหุ้น ITEL เพราะธุรกิจโทรคมนาคมถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญมีความต้องการสูงและบริษัทฯ เลือกลงทุนในเทคโนโลยีใหม่อยู่เสมอ ทำให้สามารถเจาะกลุ่มลูกค้าได้ทุกกลุ่ม” นายณัฐนัย กล่าว