“โอไมครอน” มาแน่ทำอย่างไรให้การแพร่ระบาดช้าที่สุด

0
595
image_pdfimage_printPrint

ว่าที่.ร.ต.ธนิตศักดิ์ ดารามั่น  คณะทำงานรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย มท.2/ผู้สมัคร.ส.ก.เขตลาดพร้าวพรรคประชาธิปัตย์ เขาว่าจากสถานการณ์ในการติดตามข่าวสารเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของ covid 19 สายพันธุ์ “โอไมครอน” ซึ่งมีผู้ติดเชื้อที่เดินทางจากต่างประเทศโดยเฉพาะยุโรป เข้ามาในประเทศไทยเริ่มมีอัตราที่สูงขึ้นโดยควรที่จะนำมาตรการในการกักตัว 7 วันหรือ 14 วันก็แล้วแต่เข้ามาใช้ในกลุ่มเสี่ยงทั้งหมดหรือผู้สัมผัสกับผู้ป่วย  ตนเองมีความกังวลและวิตกเป็นอย่างยิ่งว่าในช่วงเทศกาลขึ้นปีใหม่ 2565 นี้นอกจากจะมีการจัดงาน เคาท์ดาวน์และจัดงานเลี้ยงตามที่ต่างๆรวมถึงการเดินทางกลับสู่ภูมิลำเนาของพี่น้องประชาชนย่อมเกิดความเสี่ยงสูงหากไม่มีมาตรการเข้มงวดป้องกันที่ดีพอโดยเฉพาะพื้นที่กรุงเทพฯนั้นมีความเสี่ยงค่อนข้างสูงจึงอยากให้ผู้มีอำนาจและผู้ที่เกี่ยวข้องเร่งกระจายวัคซีนเข็มที่ 3 ให้กับพี่น้องประชาชนโดยด่วนที่สุดลดขั้นตอนความยุ่งยากในการเข้าถึงวัคซีน และสามารถลำเลียงบุคลากรสาธารณสุขเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพมหานครโดยเฉพาะพื้นที่นอกชุมชนแออัด กลุ่มเสี่ยงต่างๆอย่างรวดเร็วและทันที อย่างน้อยเป็นการลดภาระความเสี่ยงในการแพร่ระบาดที่จะหนักขึ้นให้มีความช้าลงง่ายกับการป้องกันและการเตรียมการของกระบวนการทางการแพทย์ และสถานพยาบาล  โดยเฉพาะอย่างยิ่งศูนย์พักคอยที่เคยเปิดใช้ที่ผ่านมาอาจจะต้องมีการทบทวนเตรียมความพร้อมเพื่อกลับนำมาใช้อีกครั้ง ซึ่งในพื้นที่เขตลาดพร้าวก็เป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่มีความเสี่ยงสูงเนื่องจากมีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่สถานประกอบการโรงงาน รวมถึงและในอดีตที่ผ่านมาก็เคยมีสถิติผู้ติดเชื้อโควิด19 ติดอันดับ1 ของกรุงเทพฯมาแล้ว ตนเองจึงมีความเป็นห่วงและกังวลเป็นอย่างยิ่งหากไม่มีการป้องกันที่ดีพอถ้ามีการล็อคดาวน์อีกครั้งผลเสียทางเศรษฐกิจที่จะตามมานั้นมีมูลค่าความเสียหายอย่างมหาศาล สถาบันการศึกษาบุตรหลานที่เรียนออนไลน์ตลอด 1 เทอมที่ผ่านมาหากมีการแพร่ระบาดอีกครั้งในเทอมที่ 2 ก็คงจะต้องเรียนออนไลน์แบบเดิม ทำให้คุณภาพทางการศึกษาลดประสิทธิภาพลงเป็นต้น จึงวอนผู้เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลกระทรวงสาธารณสุขต้องให้ข้อมูลที่น่าเชื่อถือและข้อมูลที่เป็นจริงกับพี่น้องประชาชนทุกช่องทางเพื่อเตรียมความพร้อม เฝ้าระวังอย่างมีสติอย่าตื่นตระหนก โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้บริหารกรุงเทพมหานครในขณะนี้ควรที่จะมีการแจ้งเตือนวันนี้พี่น้องประชาชนในเชิงรุกให้มากขึ้นอย่าให้เกิดประวัติศาสตร์ซ้ำรอยอย่างอดีตที่ผ่านมาอีก การเตรียมความพร้อมเรื่องวัคซีนการเข้าถึง พี่น้องประชาชนในการฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 หากไม่มีความร่วมมือร่วมใจจากทุกภาคส่วนแล้วเชื่อว่าไม่สามารถที่จะดำเนินการครอบคลุมได้มาก โดยตนเองอยากถามว่าผู้บริหารกรุงเทพฯรู้หรือไม่ว่าในขณะนี้พี่น้องประชาชนได้รับวัคซีนเข็มที่ 3 แล้วในอัตรากี่เปอร์เซ็นต์ ในพื้นที่ทั้ง 50 เขตของกรุงเทพมหานคร