เครือข่ายความรับผิดชอบต่อสังคมอาเซียนของภาคเอกชน (ASEAN CSR Network) และมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ เปิดเผยผลการศึกษา

0
210
image_pdfimage_printPrint

เครือข่ายความรับผิดชอบต่อสังคมอาเซียนของภาคเอกชน (ASEAN CSR Network) และมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ เปิดเผยผลการศึกษาด้านความซื่อสัตย์ทางธุรกิจและด้านความยั่งยืนของบริษัทจดทะเบียนในอาเซียน พบบริษัทจดทะเบียนไทยติด TOP TEN ในระดับอาเซียนถึง 6 แห่ง

เมื่อเร็ว ๆ นี้ ( 22 กรกฎาคม 2559 ) มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (National University of Singapore :NUS)ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยอันดับ 1 ของเอเชีย ได้ร่วมกับ เครือข่ายความรับผิดชอบต่อสังคมอาเซียนของภาคเอกชน (ASEAN CSR Network) จัดงานประชุม Corporate Governance & Responsibility: Theory Meets Practices ขึ้น ณ ประเทศสิงคโปร์ เพื่อเผยแพร่ผลการศึกษาด้านการเปิดเผยข้อมูลองค์กรเกี่ยวกับความซื่อสัตย์ทางธุรกิจในอาเซียน (Corporate Disclosure on Business Integrity in ASEAN) และด้านความยั่งยืนในอาเซียน (Sustainability Reporting in ASEAN) ซึ่งเป็นการศึกษาร่วมกันของ 2 องค์กรซึ่งมีชื่อเสียงในระดับอาเซียน

ผลการศึกษาด้านการเปิดเผยข้อมูลองค์กรเกี่ยวกับความซื่อสัตย์ทางธุรกิจในอาเซียน เป็นการสำรวจ 50 บริษัทจดทะเบียนฯ ที่มีมูลค่าตลาดสูงสุดใน 5 ประเทศ ได้แก่ ไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ขณะที่ผลการศึกษาด้านความยั่งยืนในอาเซียนเป็นการสำรวจ 100 บริษัทจดทะเบียนฯ ที่มีมูลค่าตลาดสูงสุดใน 4 ประเทศ ได้แก่ ไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย โดยเริ่มดำเนินการสำรวจเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2558 ครอบคลุมข้อมูลที่เปิดเผยระหว่าง 1 มกราคม 2557 ถึง 31 ธันวาคม 2558 โดยใช้แนวทางการจัดทำรายงานการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์การแห่งความริเริ่มว่าด้วยการรายงานสากล (Global Reporting Initiative: GRI) G4 เป็นเกณฑ์

ทั้งนี้ ผลสรุปพบว่าบริษัทจดทะเบียนฯของไทยได้รับคะแนนรวมสูงสุด ทั้งในแง่ของจำนวนบริษัทที่ให้ความสำคัญต่อการจัดทำรายงาน และคุณภาพของรายงานตามมาตรฐาน GRI โดยรายงานด้านการเปิดเผยข้อมูลองค์กรเกี่ยวกับความซื่อสัตย์ทางธุรกิจในอาเซียน พบว่าบริษัทจดทะเบียนในประเทศไทยได้คะแนนสูงสุดเป็นอันดับ 1 โดยได้คะแนน 57% ตามด้วยสิงคโปร์ 47% ฟิลิปปินส์ 43% มาเลเซีย 40% และอินโดนีเซีย 39% ขณะที่ รายงานด้านความยั่งยืนในอาเซียนได้ผลสรุปว่าบริษัทจดทะเบียนในประเทศไทยได้คะแนนสูงสุดเป็นอันดับ 1 เช่นกัน โดยได้คะแนน 56.8% ตามด้วยสิงคโปร์ 48.8% อินโดนีเซีย 48.4% และมาเลเซีย 47.7%

เครือเจริญโภคภัณฑ์มีความภูมิใจเป็นอย่างมากที่ผลการศึกษาในครั้งนี้ มีบริษัทจดทะเบียนของไทยติดอันดับสูงสุดในกลุ่มประเทศอาเซียนทั้งด้านความซื่อสัตย์และด้านความยั่งยืน รวมทั้งบริษัทในเครือฯ ทั้ง ซีพีเอฟ และ ทรู คอร์ปอเรชั่น ที่ได้คะแนนติด 12 อันดับแรกของบริษัทไทยที่ได้รับคะแนนสูงสุด และทรู คอร์ปอเรชั่น ติดท๊อปเท็นบริษัทในอาเซียนที่ได้คะแนนสูงสุด โดยในส่วนของประเทศไทย พบว่าบริษัทจดทะเบียนไทยที่มีคะแนนสูงสูด 12 อันดับแรกในด้านการเปิดเผยข้อมูลองค์กรเกี่ยวกับความซื่อสัตย์ทางธุรกิจ ได้แก่ 1.บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร 2. บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น 3.บมจ.บางจากปิโตรเลียม 4.บมจ.บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้ง 5.บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส 6.บมจ.อินทัช โฮลดิ้ง 7.บมจ.ผลิตไฟฟ้า 8.บมจ.เดลต้า อีเลคโทรนิกส์ (ประเทศไทย) 9.บมจ.ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม 10.บมจ.ปตท. 11.บมจ.ไทยออยล์ 12.บมจ.โรงแรมเซ็นทรัลพลาซ่า

นอกจากนี้ยังปรากฏว่ามีบริษัทจดทะเบียนจากประเทศไทยติดอันดับ TopTen มีคะแนนสูงสุดอยู่ใน 10 อันดับแรกในด้านการเปิดเผยข้อมูลองค์กรเกี่ยวกับความซื่อสัตย์ทางธุรกิจในระดับภูมิภาคอาเซียนมากถึง 6 แห่ง ได้แก่ 1.บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น 2.บมจ.บางจากปิโตรเลียม 3.บมจ.ผลิตไฟฟ้า 4.บมจ.อินทัช โฮลดิ้ง 5.บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส 6.บมจ.ไทยออยล์

ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ในฐานะผู้รายงานการวิจัย ได้กล่าวชื่นชมว่าบริษัทจดทะเบียนฯ ของไทยมีการเปิดเผยข้อมูลอย่างมีคุณภาพ มีวัฒนธรรมทางธุรกิจที่เข้มแข็งในด้านการตรวจสอบและกำกับดูแลกิจการที่ดี ตลอดจนการทำงานที่ใกล้ชิดกับชุมชน

-###-

(1) มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (National University of Singapore) เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของสิงคโปร์ ปัจจุบันเป็นสถาบันอุดมศึกษาชั้นนำในเอเชียจากการศึกษาของ QS World University Rankings โดยอยู่ในลำดับที่ 12 ของโลก และลำดับ 1 ในทวีปเอเชีย
(2) เครือข่ายความรับผิดชอบต่อสังคมอาเซียนภาคเอกชน (ASEAN CSR Network) เปิดตัวเมื่อวันที่ 11 มกราคม 2554 มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างเครือข่ายและแลกเปลี่ยนข้อมูลในประเด็นและข้อห่วงใยระดับภูมิภาค รวมทั้งสนับสนุนและเสริมสร้างขีดความสามารถของภาคธุรกิจในด้านความรับผิดชอบต่อสังคมที่เป็นบรรทัดฐานสากล