TK เงินกู้ระยะยาวดอกเบี้ยคงที่ 75.31% ของเงินกู้ทั้งหมด พร้อมรับดอกเบี้ยขาขึ้น (แก้ไขครับ)

0
180
image_pdfimage_printPrint

TK เงินกู้ระยะยาวดอกเบี้ยคงที่ 75.31% ของเงินกู้ทั้งหมด พร้อมรับดอกเบี้ยขาขึ้น

บริษัท ฐิติกร จำกัด (มหาชน) หรือ TK ผู้นำในการให้บริการเช่าซื้อรถจักรยานยนต์รายใหญ่ในประเทศไทย พร้อมรับอัตราดอกเบี้ยขาขึ้นอันเนื่องจากธนาคารกลางแห่งประเทศสหรัฐอเมริกาประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงอีก 0.25% จากระดับ 0.50-0.75% มาสู่ระดับ 0.75-1.00% ในการประชุมรอบสองของปี 2560 เนื่องจากพัฒนาการเศรษฐกิจสหรัฐยังคงฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ จากการลงมติของคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (เอฟโอเอ็มซี) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติด้วยคะแนนเสียง 9-1 ให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น 0.25% สู่ระดับ 0.75-1.00% ตามที่ตลาดการเงินคาดการณ์ไว้ ซึ่งการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกในปีนี้ และเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 3 เดือน และครั้งที่ 3 ในรอบ 10 ปี โดยเฟดคาดการณ์ว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งในปีนี้ และปรับขึ้น 3 ครั้งในปีหน้า

นายประพล พรประภา กรรมการและรองกรรมการผู้จัดการ TK เปิดเผยถึงปรากฏการณ์ครั้งนี้ว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นจุดเริ่มต้นของดอกเบี้ยขาขึ้นซึ่งจะสร้างแรงกดดันต่อตลาดเงินทั่วโลกให้มีต้นทุนทางการเงินสูงขึ้น ซึ่งแรงกดดันดังกล่าวจะทำให้ผู้ประกอบการต้องปรับตัวพร้อมรับกับภาวะอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น ซึ่งตลอดระยะเวลาเกือบ 10 ปี ตั้งแต่ปี 2008 ที่ผ่านมา อัตราดอกเบี้ยทั่วโลกอยู่ในช่วงขาลงและอยู่ในระดับที่ต่ำมากเป็นประวัติการณ์

“สำหรับในประเทศไทย ที่ผ่านมาผู้ประกอบการมีต้นทุนทางการเงินลดลงตลอดเช่นกัน แต่นับจากวันนี้เป็นต้นไป ผู้ประกอบการจะต้องปรับตัวให้พร้อมรับกับอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น ที่จะส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนทางการเงิน โดยเฉพาะธุรกิจเช่าซื้อที่มีดอกเบี้ยเป็นต้นทุนหลัก” นายประพล กล่าวเพิ่มเติม

ทั้งนี้ TK ได้เตรียมความพร้อมที่จะรับกับภาวะดอกเบี้ยขาขึ้นมาตั้งแต่ปีที่แล้ว โดยตลอดปี 2559 TK ได้ออกหุ้นกู้ถึง 4 ครั้ง รวม 2,000 ล้านบาท อายุ 3 ปี โดยอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 2.33% และล่าสุด ในปีนี้ TK ได้ออกหุ้นกู้ชุดใหม่อีก 1,000 ล้านบาท อายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ย 2.83% จึงทำให้ TK สามารถควบคุมอัตราดอกเบี้ยคงที่ในระดับต่ำได้ในอีก 3 ปีข้างหน้า ในขณะที่อัตราดอกเบี้ยที่เรียกเก็บจากลูกค้า จะค่อยๆ มีการปรับขึ้นตามความเป็นจริงของตลาด ทำให้ส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยที่เรียกเก็บจากลูกค้ากับต้นทุนดอกเบี้ยมีส่วนต่างจะค่อยๆ เพิ่มขึ้น ซึ่งจะเป็นผลดีต่อผลประกอบการโดยรวม นายประพล กล่าว