1

บีโอไอ สนับสนุนผู้ประกอบการไทย ลงทุนอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์

บีโอไอ เผยวิกฤติโควิด -19 สร้างโอกาสทองผู้ประกอบการไทย เดินหน้าสู่อุตสาหกรรมการผลิตเครื่องมือแพทย์ ที่คาดการณ์ปีหน้ามูลค่าตลาดแตะ 342.9 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐ พร้อมประกาศผลักดัน และเชิญชวนผู้ประกอบการ และเอสเอ็มอี ลงทุนผลิตเครื่องมือแพทย์แบบใช้แล้วทิ้ง ระบุงบประมาณการลงทุนไม่สูง ขณะที่ภาครัฐมอบสิทธิประโยชน์เพียบ และ อย. พร้อมออกใบรับรอง สนับสนุนนักลงทุนไทยเต็มที่

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และ อินฟอร์มา มาเก็ตส์ (ประเทศไทย) จัดสัมมนาออนไลน์ Subcon Thailand Webinar#1 “พลิกวิกฤตเป็นโอกาส! ทิศทางและโอกาสผู้ประกอบการไทยในการลงทุนในอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์” โดย นายสุทธิเกตติ์ ทัดพิทักษ์กุล ผู้อำนวยการกองบริหารการลงทุน 1 สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดเครื่องมือแพทย์ของโลกในปี 2021 คาดการณ์ว่า จะมีมูลค่ารวม 342.9 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐ ซึ่งเป็นการประเมินจากการก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุในอนาคต รวมไปถึงวิถีชีวิตของการดำเนินชีวิตรูปแบบใหม่ ที่ให้ความใส่ใจด้านการดูแลสุขภาพและการรักษาสุขอนามัยมากขึ้น และล่าสุดกับการรับมือไวรัสโคโรนา หรือโควิด-19 ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ส่งผลให้การเติบโตของอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์พุ่งเกินกว่า 350 ล้านดอลล่าร์สหรัฐได้ไม่ยาก

จากผลสำรวจของ Emergo Group ในปี 2016 จากผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ 4,400 คน ยังระบุว่า เอเชียมีโอกาสในอุตสาหกรรมการผลิตเครื่องมือแพทย์สูง โดยเฉพาะเครื่องมือแพทย์ที่ใช้แล้วทิ้งไป อาทิ หน้ากากอนามัย ถุงมือยาง เครื่องมือป้องกันการสัมผัสระหว่างผู้ป่วยกับแพทย์ ส่วนเครื่องมือทางการแพทย์ที่ไฮเทค ยังต้องอาศัยเทคโนโลยีจาก สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น ยุโรป ซึ่งอาจต้องมีการร่วมลงทุน

สำหรับประเทศไทย หน่วยวิเคราะห์เศรษฐกิจภาคการค้า ธนาคารออมสิน ระบุว่า ปี 2019 ไทยถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 6 จาก 195 ประเทศ ที่มีความเข้มแข็งด้านความมั่นคงด้านสุขภาพ และมั่นใจว่าจากสถานการณ์โควิด -19 จะทำให้ไทยถูกจัดอยู่ในอันดับที่ดีขึ้นอีกแน่นอน ในขณะที่ปัจจุบัน ไทยถูกจัดอยู่ในอันดับ 18 ในการจัดอันดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวสุขภาพโลก โดยไทยมีจำนวนโรงพยาบาลที่ได้รับมาตรฐาน JCI มากที่สุดในภูมิภาคเซาท์อีสเอเชีย และเป็นอันดับที่ 4 ของโลก

นอกจากนี้ ยังมีตัวเลขคาดการณ์ของปี 2019 ที่ระบุว่า ไทยจะมีการเติบโตทางด้านการผลิตอุปกรณ์การแพทย์มากถึง 8-10% ซึ่งจากการรับมือกับสถานการณ์โควิด -19 เชื่อว่า อุปกรณ์ทางการแพทย์ของไทยจะได้รับการยอมรับจากหลายมากขึ้น จากมูลค่าการส่งออกอุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ในปัจจุบันไทยอยู่ในอันดับ 3 ของอาเซียน ส่วนการนำเข้ายังสูงเป็นอันดับ 2 และมีสถิตินำเข้าที่มีอัตราสูงขึ้นทุกปี โดยขณะนี้ไทยมีบริษัทที่ทำธุรกิจเครื่องมือแพทย์ราว 3,000 บริษัท โดย 70% ยังเป็นการนำเข้าจากต่างประเทศ จากตัวเลขดังกล่าว รัฐบาลพยายามปรับฐานการนำเข้าของไทยให้ลดลง ด้วยการส่งเสริมและผลักดันผู้ประกอบการไทย ให้หันมาลงทุนในอุตสาหกรรมการผลิตเครื่องมือแพทย์มากขึ้น เพราะยังมีโอกาสทางการตลาดอีกมหาศาล และไทยก็เป็นประเทศที่มีศักยภาพพอเพียง

นายสุทธิเกตติ์ กล่าวอีกว่า โอกาสทางธุรกิจในวันนี้และต่อๆไป ยังคงเป็นสิ่งที่ท้าทายผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะในกลุ่มการผลิตอุปกรณ์หรือเครื่องมือทางการแพทย์ เพราะจะเป็นสิ่งที่มีความต้องการสูงในตลาดโลก อาทิ ความต้องการหน้ากากอนามัย 89 ล้านชิ้นต่อเดือน ชุดป้องกันการติดเชื้อต่างๆ (GOWNS) 30 ล้านชิ้นต่อเดือน หน้ากากทางการแพทย์ 1.59 ล้านชิ้น หน้ากากยาง ถุงมือยาง 76 ล้านชิ้น เจลล้างมือ น้ำยาฆ่าเชื้อ 2.9 ล้านลิตรต่อเดือน เป็นต้น

ในขณะที่ตลาดในประเทศไทย จากกำลังการผลิตหน้ากากในประเทศ ขณะนี้สามารถผลิตได้ 2.5 ล้านชิ้นต่อวัน จากจำนวนประชากรไทยที่มีเกือบ 70 ล้านคน ไม่รวมความต้องการใช้งานจากบุคลากรทางการแพทย์ ทั้งหน้ากากอนามัย และชุด พีพีอี ที่ยังมีความต้องการใช้งานค่อนข้างสูง รวมไปถึง การผลิตหุ่นยนต์ เครื่องจักรอัตโนมัติ เพื่อมาช่วยลดการสัมผัส ก็เป็นความต้องการที่เป็นบวกทางภาคอุตสาหกรรม

สิ่งที่รัฐบาลไทยต้องการ คือ การสร้างให้ไทยมีแบรนด์เครื่องมือทางการแพทย์ของตัวเอง เช่นเดียวกับ เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น เพื่อลดการนำเข้าเครื่องมือแพทย์ที่มีแนวโน้มการนำเข้าสูงขึ้นทุกปี และในวันนี้โอกาสทางธุรกิจผลิตเครื่องมือแพทย์ของเรามีแนวโน้มสดใสผู้ประกอบการควรหาโอกาสทางการผลิตและช่วยกันลดการนำเข้า ซึ่งบีโอไอจะเป็นหน่วยงานที่ให้การสนับสนุนผ่านมาตรการต่างๆ ซึ่งตอนนี้ก็มีแพคเกจที่ท็อปอัพขึ้นหลายโครงการ อาทิ การสร้างอีโคซิสเต็มสนับสนุนการคิด และการลงทุน ด้วยการบูรณาการเรื่องต่างๆ ร่วมกัน มีการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล การสนับสนุนการลงทุนในโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) รวมไปถึงการสนับสนุนกำลังคน พัฒนาทักษะให้มีความพร้อมมากขึ้น

นอกจากนี้ ยังมอบสิทธิพิเศษให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ที่จะได้รับการยกเว้นภาษีเพิ่มเป็น 2 เท่า เพื่อเป็นการสร้างแรงจูงใจในการลงทุนให้เพิ่มมากขึ้น

สำหรับการลงทุนการผลิตเครื่องมือแพทย์ เอเชียและไทย มีความโดดเด่นเรื่องเครื่องมือแพทย์ที่ใช้แล้วทิ้ง เพราะไทยมีทักษะด้านวิศวกรรม สามารถพัฒนาและผลิตเครื่องที่เรียกว่า Telemedical Craft ที่ช่วยเชื่อมต่อกันระหว่างผู้ป่วยกับหมอ หน้ากากยาง ท่อสายยาง ซิลิโคน ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ใช้การลงทุนไม่เยอะ โดยทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) พร้อมจะออกใบรับรอง ในระยะเวลาไม่เกิน 3 วัน เพื่ออำนวยความสะดวก และเพิ่มความรวดเร็วในการลงทุนให้กับผู้ประกอบการ

“มาตรการที่เป็นแพคเกจท็อปอัพให้กับผู้ประกอบการขณะนี้ เปรียบได้กับ โปรไฟไหม้ ที่ต้องการเร่งให้เกิดการลงทุนและดำเนินการทันที เพื่อลดปัญหาและป้องกันการขาดแคลน หากเป็นโครงการระยะยาว บีโอไออยากรับฟังความคิดเห็นและข้อแนะนำจากผู้ประกอบ ที่สามารถส่งต่อมาที่บีโอไอได้เลย เพื่อนำข้อเสนอแนะเหล่านั้น มาปรับแผนและบูรณการการทำงานให้สมบูรณ์และสอดคล้องกับความต้องการของผู้ประกอบการอย่างยั่งยืน” นายสุทธิเกตติ์กล่าว

ด้านนางซ่อนกลิ่น พลอยมี ผู้อำนวยการ กองพัฒนาและเชื่อมโยงการลงทุน บีโอไอ กล่าวต่อว่า ระหว่างวันที่ 23-26 กันยายน 2563 ที่ศูนย์นิทรรศการและงานแสดงสินค้า ไบเทค บางนา บีโอไอ จะจัดงาน ซับคอนไทยแลนด์ 2020 คู่ขนานกับงานอินเตอร์แมค 2020 ภายในงานจะมีกิจกรรมที่น่าสนใจต่างๆ มากมาย ที่จะสนับสนุนผู้ประกอบการทั่วไป รวมทั้งกลุ่มเอสเอ็มอี ที่ต้องการเข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ ซึ่งทางกองพัฒนาและเชื่อมโยงการลงทุน หรือ BUILD จะเข้ามาทำหน้าที่ช่วยเหลือเชื่อมโยงเรื่องต่างๆ ให้ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูล การจัดหาผู้ร่วมทุน บริการจับคู่ธุรกิจ จัดนำผู้ผลิตชิ้นส่วนอุตสาหกรรมไทยร่วมงานแสดงสินค้าอุตสาหกรรมนานาชาติ บริการสืบค้นข้อมูลผู้ผลิตชิ้นส่วนออนไลน์บนเครือข่ายอินเตอร์เน็ต ผู้ซื้อพบผู้ขาย การหาตลาดกลางซื้อขายชิ้นส่วน การจัดสัมมนาให้ความรู้ เพื่อกระตุ้นความสามารถในการแข่งขัน และการจัดงานแสดงสินค้าอุตสาหกรรมรับช่วงการผลิต (SUBCON THAILAND) ในช่วงนี้ แม้การไปดูงาน หรือการจัดพูดคุย จะไม่สามารถทำได้ปกติ แต่ทาง BUILD ก็ยังดำเนินการเชื่อมโยงให้กับผู้ผลิตต่อเนื่อง โดยใช้เทคโนโลยี ผ่าน BUILD’s E-LINKAGE กิจกรรมออนไลน์รูปแบบใหม่ เข้ามาทดแทน และสามารถเข้ามาชมเพิ่มเติมย้อนหลังได้อีกด้วย

ขอเชิญชวนผู้ประกอบการและผู้สนใจทั่วไป ร่วมชมงานซับคอนไทยแลนด์2020 งานแสดงอุตสาหกรรมรับช่วงการผลิต เพื่อการจัดซื้อชิ้นส่วนอุตสาหกรรม และกิจกรรมจับคู่ธุรกิจในวันที่ 23-26 กันยายน 2563 ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา