สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) ผนึกกำลังลงนามความร่วมมือสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ผลักดันบุคลากรในภาคการศึกษาเอกชนก้าวไกล สามารถแข่งขันในตลาดโลก

0
65
image_pdfimage_printPrint

สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) ผนึกกำลังลงนามความร่วมมือสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ผลักดันบุคลากรในภาคการศึกษาเอกชนก้าวไกล สามารถแข่งขันในตลาดโลก
สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน เพื่อพัฒนาและส่งเสริมความร่วมมือทางวิชาการในการนำมาตรฐานอาชีพไปพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะการศึกษาเอกชนให้สอดคล้องกับการประเมินคุณวุฒิวิชาชีพ และการพัฒนาองค์กรที่มีหน้าที่รับรองสมรรถนะของบุคคลตามมาตรฐานอาชีพ ตลอดจนร่วมกันสร้างการรับรู้ทุกภาคส่วน โดยการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ระบบคุณวุฒิวิชาชีพและมาตรฐานในวิชาชีพที่มีการตกลงร่วมกัน
นายพิสิฐ รังสฤษฎ์วุฒิกุล ผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ ให้ข้อมูลว่า สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนระบบคุณวุฒิวิชาชีพ มีบทบาทส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้เชี่ยวชาญและผู้ประกอบการในสาขาวิชาชีพต่างๆ มาร่วมกันสร้างมาตรฐานอาชีพ และการพัฒนากำลังคนด้วยระบบคุณวุฒิวิชาชีพตามวัตถุประสงค์ของกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ ซึ่งเป็นกลไกการปฏิรูปการศึกษาด้วยการเชื่อมโยงความต้องการกำลังคนเชิงคุณภาพของภาคการผลิตและบริการกับระบบคุณวุฒิทางการศึกษา ให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของโลกอาชีพ โดยใช้ระบบประกันคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา เพื่อเป็นการยกระดับคุณภาพการศึกษาให้มีความเป็นสากลและเทียบเคียงได้กับนานาชาติ รวมถึงเป็นการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต และการเพิ่มโอกาสทางการศึกษา พัฒนาศักยภาพกำลังคนเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศต่อไป จึงเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ในการสร้างความเชื่อมั่นและยกระดับผู้ประกอบการไทยให้เป็นที่ยอมรับทั้งในประเทศและระดับสากล
“จากสถานการณ์ปัจจุบันแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยกำลังขาดแคลนกำลังคนที่มีสมรรถนะตามความต้องการของเศรษฐกิจ และขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศด้านกำลังคน ซึ่งไม่เพียงพอต่อการแข่งขันในระดับภูมิภาคและระดับโลก รวมถึงการก้าวไปสู่ประเทศไทย 4.0 ตามนโยบายของรัฐบาล ภาคการศึกษาเอกชนจึงร่วมมือกับ สคช.ในการเตรียมพร้อมปรับตัวให้รองรับกับการเปลี่ยนแปลง สร้างความสามารถในการแข่งขันให้กับประเทศ พัฒนาการจัดการเรียนการสอนที่ผลิตคนยุคดิจิทัลเข้าสู่การควบคุมเครื่องจักรและสร้างสรรค์ประดิษฐ์กรรมอันนำไปสู่ผลิตภัณฑ์จากความคิดสร้างสรรค์ ผลิตคนที่จะไปประกอบอาชีพอิสระและเป็นผู้ประกอบการสมัยใหม่ที่มีทักษะสูงขึ้น” นายพิสิฐ กล่าว

ด้าน นายชลำ อรรถธรรม เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับเกียรติจากสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) ในการร่วมกันจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการพัฒนาระบบคุณวุฒิวิชาชีพและมาตรฐานอาชีพ ซึ่งเป็นการประเมินสมรรถนะของบุคคล ตลอดจนผลักดันให้เกิดการศึกษาวิจัยและพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะด้วยมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ ซึ่งจะทำให้เกิดการยกระดับคุณภาพการศึกษาเอกชนให้ได้มาตรฐานสากล ถือเป็นการเพิ่มโอกาสทางการศึกษาที่มีคุณภาพให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ได้พัฒนาตามศักยภาพควบคู่ไปกับการพัฒนาระบบบริหารจัดการการศึกษาเอกชนให้มีประสิทธิภาพ โดยการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน
“วันนี้ ทาง สช. และ สคช. จะร่วมกันผลักดันให้บุคลากรในภาคการศึกษาเอกชน เข้าร่วมการประเมินสมรรถนะของบุคคลตามมาตรฐานอาชีพ หลังจบการศึกษาที่โรงเรียนเอกชนแล้ว เพื่อเป็นมาตรฐานบ่งชี้สมรรถนะการปฏิบัติงาน ทำให้สถานประกอบการเกิดความมั่นใจ เพื่อเป็นการรองรับการเป็นมาตรฐานเดียวกันของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ผู้เรียนจบการศึกษาสถานศึกษาเอกชนมีสมรรถนะสามารถประกอบอาชีพได้ ซึ่งสถานศึกษาเอกชนมีมากกว่า 8,000 แห่ง และมีความหลากหลาย อาทิ โรงเรียนสอนขับรถยนต์ โรงเรียนเสริมสวย เป็นต้น ปัจจุบันมีอาชีพเกิดขึ้นมากมาย เพื่อให้การประเมินสมรรถนะของบุคคลเป็นไปตามมาตรฐานที่ตั้งไว้ ในแต่ละปีควรมีการเชิญ ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนาร่วมกันอย่างเป็นระบบเพื่อเกิดความเข้มแข็งในคุณภาพการศึกษาต่อไป” นายชลำ กล่าว
นอกจากนี้ ภายในงานได้จัดให้มีการประชุมเชิงปฏิบัติการ “การพัฒนาการศึกษาเอกชนด้วยระบบคุณวุฒิวิชาชีพ” เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจในการนำมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ ขั้นตอนและกระบวนการประเมินสมรรถนะของบุคคลตามาตรฐานอาชีพไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาการเรียนการสอนฐานสมรรถนะให้แก่นักเรียนในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมศึกษาเอกชน ซึ่งถือเป็นการจุดประกาย ส่งเสริมและสนับสนุนให้กำลังคนเข้ารับการประเมินสมรรถนะบุคคลตามมาตรฐานอาชีพในสาขาวิชาชีพต่างๆ
+++++++++++++++++
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
ส่วนงานประชาสัมพันธ์ สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ
โทร. 02 035 4900 ต่อ 7002